ประจำเดือน มกราคม 2559

หนอนใยผัก (Diamondback moth)
เตือนเกษตรกรที่ปลูกผักเป็นการค้า โดยเฉพาะพืชผักตระกูลกะหล่ำและผักกาด ควรหมั่นส่ารวจแปลงผักอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากช่วงนี้สภาพอากาศเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของหนอนใยผัก ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืนขนาดเล็ก วางไข่เป็นฟองเดี่ยว ๆ หรือกลุ่มเล็ก ๆ ตามส่วนยอดของพืชผักทั้งบนใบและใต้ใบไข่มีสีเหลืองอ่อน หนอนล่าตัวยาวเรียว หัวท้ายแหลมสีขาวนวล หนอนจะทิ้งตัวโดยการชักใยเมื่อถูกรบกวนเข้าดักแด้ตามใบพืชตัวหนอนเมื่อฟักออกจากไข่จะเริ่มกัดกินใบและยอดเป็นรูพรุน หนอนใยผักขยายพันธุ์รวดเร็ววงจรชีวิตสั้นมีหลายรุ่น และระบาดได้ตลอดทั้งปี

ชื่อสำมัญ Diamondback moth
ชื่อวิทยำศำสตร์ Plutella xylostella Linnaeus.
อันดับ Lepidoptera
วงศ์ Plutellidae

ฤดูกำรแพร่ระบำด
หนอนใยผักพบมากตามแปลงปลูกพืชตระกูลกะหล่ำ อาทิ กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก คะน้าเป็นต้น โดยในประเทศไทย พบมีการระบาดอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีในเกือบทุกพื้นที่ และมักพบการแพร่ระบาดในช่วงเดือนมกราคม –
เมษายน ของทุกปีซึ่งเป็นช่วงที่มีอุณหภูมิเหมาต่อการเพิ่มจ่านวนประชากรของหนอนใยผัก

ลักษณะทั่วไป
ระยะไข่ ไข่มีขนาดเล็ก สีขาวออกเหลืองอ่อน มีลักษณะค่อนข้างกลมรี ผิวเรียบ ขนาด 3.5 × 4.5 มม.ในระยะก่อนใกล้ฟักตัวจะเปลี่ยนเป็นสีด่า ระยะฟักตัวประมาณ 2-3 วัน หากอุณหภูมิ 25 – 26 องศาเซลเซียส พบว่า อัตราการฟักออกจากไข่ได้มากกว่า 94% ในช่วงเวลา 3 – 6 วัน ส่าหรับผีเสื้อเพศเมีย 1 ตัวสามารถวางไข่ได้ประมาณ 20-360 ฟอง ขึ้นอยู่กับช่วงแสง อุณหภูมิ อาหาร อายุ และสายพันธุ์ระยะหนอน เมื่อใกล้ระยะฟักตัวเปลือกผิวไข่จะเปลี่ยนเป็นสีด่า ตัวหนอนจะใช้ฟันแทะเปลือกไข่เป็นวงกลมพอหลวมตัวออกมา ส่าหรับระยะหนอน แบ่งออกเป็น 4 ระยะ ประกอบด้วยตัวอ่อนระยะที่ 1
และ 2 มีลักษณะล่าตัวขนาดเล็ก ผิวสีซีด ส่วนหัวสีน้ำตาลอ่อน และระยะที่ 3 และ 4 จะมีสาร cuticle ปกคลุมล่าตัวหนามากขึ้นท่าให้ล่าตัวมีความแข็งแรงขึ้น ทั้ง 4 ระยะ จะใช้เวลาประมาณ 10-30 ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ อาหาร ความชื้น และอุณหภูมิ เมื่อโตเต็มที่จะมีล่าตัวสีเขียว และหัวสีน้ำตาล ล่าตัวจะยาวขึ้นประมาณ 1 เซนติเมตร มีลักษณะส่วนหัว และส่วนท้ายแหลม ส่วนท้ายบริเวณด้านบนจะมีปุ่มยื่นเป็น 2 แฉก สีล่าตัวสามารถเปลี่ยนสีไปตามสภาพ
ความชื้น และอาหารเป็นสีเขียวอ่อน หรือ เขียวปนเหลืองได้ หลังจากหนอนเจริญเติบโตเต็มที่แล้วจะเริ่มเข้าสู่การชักใยเพื่อปกคลุมตัว ส่าหรับเข้าสู่ระยะดักแด้ต่อไป โดยใช้ระยะเวลาการชักใยประมาณ 1 – 2 วัน ระยะดักแด้ระยะดักแด้ในช่วงแรกตัวดักแด้จะสร้างใยบางๆ หุ้มตัวเองหลายชั้นเกาะติดบริเวณใต้ใบพืช เมื่อเวลาผ่านไปสีของเส้นใยจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลจนถึงด่า ระยะดักแด้จะใช้เวลาประมาณ 4 – 15 วัน ขึ้นอยู่กับฤดู และอุณหภูมิส่าหรับฤดูร้อน และฤดูฝนจะมีระยะดักแด้ประมาณ 4-5 วัน ส่วนฤดูหนาวจะใช้เวลา ประมาณ 5 – 6 วัน ส่าหรับประเทศไทยระยะดักแด้ใช้เวลาเพียง 3 – 5 วัน ขึ้นอยู่กับฤดูและอุณหภูมิ ตัวเต็มวัย ระยะตัวเต็มวัยของหนอนใยผักจะเป็นผีเสื้อกลางคืนขนาดเล็ก อาศัยอยู่ตามใบพืชต่างๆ โดยเฉพาะพืชผัก ล่าตัวมีสีเทาอ่อน ปีกจะแนบติดล่าตัวเวลาเกาะจับ ปีกคู่หน้ามีแถบสีเหลืองขาวในแนวยาว ของล่าตัวด้านข้างล่าตัวมองเห็นเป็นรูปสามเหลี่ยม 3 อัน โดยทั่วไปเพศผู้จะมีสีเข้มกว่าเพศเมียโดยเฉพาะบริเวณ ปีกคู่หลังที่มีแถบสีเหลืองอยู่บริเวณขอบปีก ลักษณะสภาพอากาศและอุณหภูมิมีผลต่อการเติบโต และขยายพันธุ์ โดยพบว่าระยะไข่จนถึงตัวเต็มวัย ช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการขยายพันธุ์คือ 10 – 30 องศาเซลเซียสสามารถเพิ่มจ่านวนรุ่นผีเสื้อได้ตั้งแต่ 2 – 10 รุ่น

Untitled-2Untitled-3

 

 

 

 

 

Untitled-4

Untitled-5

 

 

 

 

 

แนวทำงกำรป้องกันกำจัด

๑. เก็บเศษผักออกจากแปลงหลังเก็บเกี่ยว ถ้าทิ้งไว้จะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์
๒. อนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ ทั้งตัวห้ำ-แตนเบียน เช่น มวนตาโต ต่อชนิดต่างๆ จิ้งหรีดหนวดยาว ด้วงดิน
แมลงปอน้ำ แมลงปอเสือ มวนเพชฌฆาต มวนพิฆาต แตนเบียนไข่-หนอน
๓. ใช้กับดักกาวเหนียว ๘๐ กับดัก/ไร่
๔. ใช้เรือนตาข่ายไนล่อนหรือปลูกผักกางมุ้ง
๕. ใช้การปล่อยแตนเบียนไข่ ๖๐,๐๐๐ ตัว/ไร่ทุก ๑๐ วัน
๖. ใช้ บีที(เซนทารี) อัตรา ๔๐ – ๘๐ กรัม/น้ำ ๒๐ ลิตร พ่นทุก ๔ – ๗ วัน เมื่อพบการระบาด
๗. ใช้ไส้เดือนฝอยอัตรา ๑ ซอง/น้ำ ๒ ลิตร พ่น ๒ ครั้งห่างกัน ๑๕ วัน หลัง ๑๗.๐๐ น.
๘. ใช้เมล็ดสะเดาบด แช่น้ำ ๑ กก./น้ำ ๒๐ ลิตร แช่ทิ้งไว้ ๒๔ ชั่วโมง
๙. ใช้คลอร์ฟีนาเพอร์(แรมเพจ ๑๐% SC) อัตรา ๒๐ – ๔๐ มล./น้ำ ๒๐ ลิตร หรือ สปินโนแซด(ซัคเซค ๑๒๐
๑๒% SC) อัตรา ๒๐ มล./น้ำ ๒๐ ลิตร งดพ่นก่อนเก็บเกี่ยว ๗ วัน พ่นติดต่อกัน ๒ – ๓ ครั้งเมื่อพบการระบาดรุนแรง